Showing posts with label infographics. Show all posts
Showing posts with label infographics. Show all posts

Monday, May 22, 2017

ออกแบบ Presentation โดนใจ

การออกแบบเอกสารนำเสนอให้ดูน่าสนใจเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่หลายคนคิดว่าเป็นเรื่องยาก และต้องมีความรู้ทางการออกแบบขั้นสูง ซึ่งไม่จริงเลย ปัจจุบันเราสามารถออกแบบเอกสารนำเสนอหรือ Presentation ได้ออกมาสวยเหมือนมืออาชีพด้วยเครื่องมือต่างๆ ที่มีให้ฟรี และเทคนิคอีกเล็กน้อย


หลักการเบื้องต้น

(1) ภาพรวมการนำเสนอ: การทำ presentation โดยทั่วไปมีแค่ 2 แบบคือ แบบการนำเสนอเรื่องราว (เช่น เล่าเรื่องการไปสัมมนา สรุปข้อมูลผลงานวิจัย เป็นต้น) กับการขอความคิดเห็นที่ประชุม การเล่าเรื่องของทัังสองแบบมีความคล้ายกัน โดยหลักๆ คือ จะต้องบอกที่มา ใส่ข้อมูลที่ผู้ฟังจะต้องรู้ และสรุปตอนท้าย ว่าอยากให้คนฟัง action อะไร หรือได้อะไรจากข้อมูลการนำเสนอของเรา


 presentation ส่วนใหญ่ ส่วนที่ขาดหายไปคือ สรุป หรือ action ที่จะให้คนฟังตัดสินใจ ทำให้คนฟังไม่รู้ว่าพูดจบแล้วจะต้องคิด หรือให้ความเห็นเรื่องอะไร หรือไม่ ซึ่งถือเป็นความผิดพลาดอย่างร้ายแรงสำหรับการนำเสนอ และหากมีการส่งเอกสารนั้นต่อไปยังผู้อื่น คนที่ได้รับเอกสาร จะยิ่งไม่เข้าใจว่าจะต้องทำอะไรกับเอกสารนั้น เพราะไม่มีข้อมูลส่วน action นั่นเอง

(2) เลือกจุดเด่น - ตัวหนังสือน้อยเข้าไว้ : การทำเอกสารนำเสนอ ต้องคิดไว้ว่า ทำอย่างไรก็ได้ให้คนดูการนำเสนอนั้นอ่านข้อมูลได้เร็วที่สุด จำได้มากที่สุด การที่มีตัวหนังสือเยอะ หลายบรรทัด จะจำกัดความจำของผู้ดูเป็นอย่างมาก ดังนั้นการจัดตัวอีกษรให้พอเหมาะพอดีจึงสำคัญ หลักการก็คือ เนื้อหาควรมีสัดส่วนประมาณ 20-25% ของทั้งหน้าเท่านั้น หากไม่ได้จริงๆ เนื้อหาที่เป็นจุดเด่น ควรจะมีขนาดใหญ่ และมีน้ำหนักรวมๆ 20-25% ของภาพ ดังรูปด้านล่าง หน้าสุดท้ายเป็นตัวอย่างการจัดตัวหนังสือให้เด่น ไม่จำเป็นต้องมีภาพประกอบ ก็ทำให้ slide เด่นขึ้นมาได้


[ตัวหนังสือเต็มพรืด อ่านไม่ทัน]

[จัดใหม่ ตัดข้อความที่ไม่สำคัญออก จัดขนาดตัวอักษร]

(3) FOCUS - อย่านำเสนอหลายสิ่งใน slide หน้าเดียว เพราะจะทำให้คนอ่านสับสน ความพยายามน้อย ความจำสั้น


 [ข้อมูลน้อยๆ แต่ชัดๆ เด่นๆ]

(4) หลักการสมมาตร (BALANCE) การออกแบบที่ทำให้สองด้านเท่ากัน ทั้งด้านแนวตั้งและแนวนอน จะช่วยให้คนดูรู้สึกสบาย อ่านง่าย และทำให้ slide ดูเรียบสวยได้ง่ายๆ ทั้งๆ ที่มีแค่ตัวหนังสือ ดังตัวอย่างด้านล่าง


(5) RULE OF THIRDS/ BALANCE แบ่ง slide ออกเป็นส่วนๆ 3 ส่วน และจัดวางให้ balance กัน คำว่า balance ไม่ได้หมายถึงต้องอยู่ตรงกลาง แต่ให้ความรู้สึกทั้งสองด้านเท่าๆ กันไม่หนักไม่ด้านใดด้านหนึ่ง ดังรูป









การนำเสนอกราฟ 

ต้องมีขนาดใหญ่พอ ตัวหนังสือไม่เล็กเกินไป ไม่มีคำอธิบายที่รกรุงรัง เพื่อการเข้าใจข้อมูลที่รวดเร็ว ด้านล่างเป็นการเลือกใช้กราฟ และการนำเสนอแบบต่างๆ





การเลือกใช้สี 

ให้เลือกใช้สีที่ไม่ใช่โทนจัดเกินไป การเลือกโทนจัดเกินไป ไม่ควรให้สีตัดกัน โดยดูจาก color palette ด้านล่าง สามารถเลือกสีตรงข้ามกัน หรือสีใกล้กัน ในการจัดวางสีใน slide ได้ แต่มีข้อพึงระวังว่า ไม่ควรใช้เกิน 3 สี ต่อ 1 ภาพ และไม่ควรใช้สีจัดแบบ 100% 



หารูปที่ไหนไม่ผิดลิขสิทธิ์

ปัจจุบันมีเว็บมากมากที่อนุญาตให้นำรูปไปใช้ได้ฟรี เราสามารถไปเลือกค้นหารูปจากเว็บต่างๆ เหล่านั้น และนำมาประกอบ slide การที่เลือกรูปได้สวยและเหมาะสม ก็จะทำให้ slide น่าดูได้ไม่ยาก



ตัวหนังสือ (font)

ตัวหนังสือประกอบ slide ก็มีผลอย่างมาก ขอเสนอเว็บ f0nt.com ที่แจกตัวหนังสือมีทั้งฟรี และลิขสิทธ์มากมาย ให้ไปดาวโหลด และเลือกแบบที่เหมาะสมกับการนำเสนอมาใช้ การเลือกใช้ขนาดของ font ที่ต่างกันในหน้าเดียวกัน ก็ทำให้ slide เราดูดีได้ไม่ยาก เพราะฉะนั้นอย่ามองข้ามความสำคัญของ font เป็นอันขาด



ทั้งหมดหลักการคิดที่อยากจะแลกเปลี่ยนสำหรับการทำเอกสารนำเสนอ คราวหน้า หากจะต้องทำ presentation อย่าลืมนึกถึงเรื่องเหล่านี้ presentation ของเราจะดูดีได้ง่ายๆ เพียงแค่เราคิดมากกว่าการใส่ข้อมูลลงไปอย่างเดียว

Credit: ภาพจาก freepik.com / font จาก f0nt.com

Wednesday, November 16, 2016

ทำการ์ดปีใหม่ การ์ดอวยพร การ์ดแต่งงาน ด้วยโปรแกรมแต่งรูป PAINT.NET





โปรแกรม PAINT.NET เป็นโปรแกรม open source สำหรับการตกแต่งรูปภาพ คำว่าโอเพนซอร์ส คือ กลุ่ม software ที่เปิดเผย source code ของโปรแกรม ทำให้ผู้ที่ต้องการพัฒนาต่อสามารถแก้ไข ดัดแปลง source code ได้หมด ซึ่งเป็นการให้สิทธิเสรีแก่ผู้ที่จะนำไปใช้เพื่อการพัฒนาซอฟต์แวร์ร่วมกันใน ลักษณะของสังคมซอฟต์แวร์ [1]

สิ่งที่เราจะต้องเตรียม

1.ดาวโหลดโปรแกรมฟรี PAINT.NET จากเว็บ paint.net จากนั้นให้ install ลงเครื่อง
2.รูปที่ใช้เป็น background ซึ่งถ้าไม่มีอาจไปหาได้จากเว็บฟรีต่างๆ ที่เปิดให้ดาวโหลดรูปมาใช้งานส่วนตัว ไม่ใช่เพื่อการค้าได้
3. ดาวโหลดตัวหนังสือแบบสวยๆ เก๋ๆ โดยแนะนำให้โหลดจากเว็บ f0nt.com ซึ่งเว็บนี้มีฟอนต์สวยๆ ฟรีให้ดาวโหลดมากมาย


เว็บ www.f0nt.com


รูปภาพฟรี ดาวโหลดจาก freepik.com



จากนั้นมาเริ่มกันเลยเปิดโปรแกรม PAINT.NET ขึ้นมาจะมีหน้าตาดังรูปด้านบ่าง


จะเห็นได้ว่าลักษณะโครงสร้างของโปรแกรมจะแบ่งออกเป็น 4 ส่วนหลัก ได้แก่

1. พื้นที่ทำงาน พื้นที่สร้างรูป หรือการ์ด ซึ่งพื้นที่สีขาวคือขอบเขตของรูปภาพที่เราจะทำงานด้วย สามารถปรับขนาดโดยเข้าไปที่คำสั่ง Image->Resize และกำหนดขนาดของรูปตามเหมาะสม
2. Colors หรือ ชุดแถบสี ใช้เลือกสีที่ต้องการ มาแต่งรูป หรือกำหนดสีที่ตัวอักษร โดยคลิกเข้าไปใสถาดแถบสี
3.  Layers หรือ ส่วนแสดงและจัดการระดับของชั้นภาพหรือ เลเยอร์ของรูปภาพ เป็นส่วนที่ช่วยให้จัดแต่งภาพได้ง่าย โดยการแบ่งเป็นชั้นๆ ของการทำงานไม่เกี่ยวข้องกัน
4. Tools หรือ ชุดเครื่องมือสำหรับการปรับแต่งรูป เราสามารถใช้ใช้เมาส์คลิกเลือก Tool ที่ต้องการ แล้วเลื่อนเมาส์เข้ามาในโซน 1 เพื่อแต่งรูป

เริ่มด้วยให้เปิด file รูปที่จะนำมาใช้เป็น background ของการ์ดขึ้นมา โดยใช้คำสั่ง File->Open ไปคลิกเลือก folder ทีเก็บรูปและเปิดรูปออกมา ดังภาพ


จากนั้นทำการสร้าง Layers ใหม่ ขึ้นมาหนึ่งชั้น เพื่อเป็นชั้นสำหรับวางตัวหนังสือ เพื่อไม่ให้ตัวหนังสือปนกับภาพพื้นหลัง ทำให้เรากลับมาแก้ไขการ์ดได้ง่ายกว่า การเพิ่ม Layers ทำได้โดยกดปุ่ม Add layers ปุ่มด้านล่างซ้ายสุดของเมนู Layers ดังภาพ หลังจากนั้นจะมี Layer ขึ้นมา 1 Layer (ในภาพขึ้น Layer 2)




จากนั้นเราะได้ Layers หรือ ชั้นเพิ่มขึ้นมาหนึ่งชั้น เป็นชั้นว่างๆ โปร่งใส พร้อมสำหรับการนำตัวหนังสือมาว่าตกแต่ง โดยไปที่ Tools ที่มีตัว "T" ดังรูปด้านล่าง

 จากนั้น เลือกสีของตัวอักษรจากแถบ Color ทำการคลิกเลือกสีที่ต้องการได้เลย


จากนั้นให้เลือกรูปแบบตัวอักษรที่ต้องการ และขนาดของตัวอักษรที่เหมาะสม ดังรูป (การสราง Layer หลายๆ อัน จะทำให้เราสามารถทำตัวอักษรได้หลายขนาด และหลายนี)



พิมพ์ข้อความที่บนการ์ดได้เลย โดยมีข้อแนะนำว่า หากมีข้อความหลายบรรทัดให้แยก Layers เพื่อความสะดวกในการลากตัวหนังสือย้ายไปมา เพื่อตกแต่งให้สวยงาม


จากภาพด้านบนจะเห็นได้ว่า ตัวหนังสือยังดูกลืนกับภาพเกินไป ให้ทำพื้นหลังให้ตัวหนังสือ โดยสร้าง Layers ใหม่ขึ้นระหว่าง ภาพพื้นหลังกับตวหนังสือ และทำพื้นให้ตัวอักษรดังภาพ


จากนั้น ทำ Layers สีแดง ให้จางลงเล็กน้อย เพื่อความสวยงาม ด้วยการคลิกที่ Layers นั้น แล้วคลิก Opacity เลือกเลื่อนลงมาให้เกิดความโปร่งแสงของชั้นภาพ ดังรูปเลือกระดับ Opacity ที่ 146


จะได้ภาพการ์ดดังรูป


จากตัวอย่าง ถือว่าเป็นการสอนทำการ์ดแบบง่ายๆ ทั้งนี้ หากเราเชี่ยวชาญมากขึ้น  ทำบ่อยๆ ขึ้น สามารถนำรูปมาตัดต่อ ตัดแปะเพิ่มเติม หรือเพิ่มข้อความ ลูกเล่นต่างๆ เพื่อความสวยงามของภาพได้มากกว่านี้

หลังจากเรียกร้อย ให้กด Save as ใส่ชื่อ และเลือกประเภทพนามสกุลภาพที่ต้องการ เป็นอันเสร็จงาน



อ้างอิง
[1] http://www.apptepschool.com/passive-income-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B9%88/


iam-sirinda Nov.2016


Saturday, November 5, 2016

แหล่งรวมรูปสวย ใช้ฟรี ดีจริง

ของฟรีไม่มีในโลก...อาจจะเป็นเรื่องที่ไม่จริงเสมอไปแล้ว สำหรับกรณีรูปภาพที่สามารนำมาใช้ประกอบการทำเว็บ โปสเตอร์ หรือภาพ Info-graphics ต่างๆ ตอนนี้มีเว็บหลายเว็บที่เริ่มเปิดให้ดาวโหลดฟรี บางส่วน และขายบางส่วน

เว็บเหล่านี้ได้อะไร..ง่ายๆ คือคนสร้างเว็บจะได้ฐานลูกค้ามหาศาลมาก ถ้าคุณทำเว็บโดยที่คิดเงินคนใช้อย่างเดียว เราจะเข้าเว็บนั้นครั้งเดียว แล้วก็ลาจาก แต่การที่มีอะไรฟรีๆ มีเงื่อนไขเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่ผูกมัดมากนัก จะทำให้ผู้ท่องเว็บ เข้าไปหาของฟรีต่างๆ พอใช้ไปใช้มา ก็อาจจะมีการจ่ายเงิน หรือยอมจ่ายในบางส่วนเพื่อแลกกับบริการที่ดีขึ้นนั่นเอง

ถือเป็นวิธีทางการตลาดที่หลายเว็บเอามาใช้กัน ถ้าเป็นภาษาการตลาดก็จะเรียกลักษณะนี้ว่า Freemium [1] นั่นเอง

เว็บที่จะมาแนะนำเพื่อให้ไปเอารูปภาพมาใช้งานมี 2 เว็บด้วยกันโดยแต่ละเว็บมีเงื่อนไขต่างกัน มาดูกันเลยดีกว่า

เว็บแรก เว็บไซต์ที่เน้นไปทาง Info-graphics ชื่อเว็บว่า feepik.com


เว็บนี้รวม info-graphics สวยๆ ไว้เยอะมาก เขาเคลมว่ามีรูปสวยๆ ใหม่ๆ ขึ้นวันละเป็นร้อยรูปทุกวัน  ถ้าใครกำลังหา รูปสวยๆ เอาไปประกอบทำโปสเตอร์ การ์ด แผ่นพับ สามารถมาเลือกจากเว็บนี้ได้เลย วิธีการก็คือ หารูปจากคำค้นด้านบน (เว็บนี้ไม่ต้องสมัครก็ค้นข้อมูลได้ และดาวโหลดได้) ตัวอย่าง เราลองค้นคำว่า "love"


ก็จะได้รูปสวยๆ ออกมามากมาย รูปแถวบนสุด เป็นรูปที่มาจากเว็บสปอนเซอร์ ้ถ้าหากคลิกไป ก็จะเข้าไปเว็บที่เราต้องเสียเงินจึงจะดาวโหลดได้ แต่ถ้าคลิกในบรรทัดที่สอง ก็จะดาวโหลดมาใช้ได้ สมมติเราเลือกที่รูปหัวใจสีชมพูหนึ่งดวงตามภาพ


จะมีปุ่มสีเขียวขึ้นด้านขวามือ เขียนว่า "Free Download" ตรงนี้สามารถคลิกดาวโหลดได้เลย โดย file ที่ได้จะเป็น .zip files ที่จะมี file ลิขสิทธิ์ และรายละเอียดเงื่อนไขในการใช้ติดมาด้วย หากดาวโหลดมาแล้วก็ขอให้ดำเนินการตามเงื่อนไข เช่น จะต้องระบุว่าเอารูปมาจากเว็บนี้ในเอกสาร เพื่อเป็นการให้เครดิตเป็นต้น

แต่หากเราอยากจะใช้แบบไม่มีเงื่อนไขให้ไปสมัครสมาชิก ซึ่งค่าสมาชิกคิดประมาณเดือนละ 10$ หรือ 350 บาท เราสามารถดาวโหลดได้ทุกรูป เอามาใช้ได้โดยจะมี file ที่ระบุอนุญาติให้เราใช้ในเชิงลิขสิทธิ์ติดมาพร้อมก้นด้วย (จะมี file แนบมาสองสาม file ตั้งแต่ file รูป, ลิขสิทธ์, ตัวอักษร ฯลฯ)

นอกจากนั้นรูปที่เราดาวโหลดมา สามารถแก้ไข ตัดแปลงได้โดยไม่ผิดอีกด้วย และหากดาวโหลดจนพอใจแล้วจะหยุดการเป็นสมาชิก ก็ย่อมได้

ข้อดีอีกอย่างหนึ่งของเว็บนี้ก็คือ  file ที่ให้มามีทั้ง .jpg .ai .esp .psd ซึ่งสามารถเอาไปตัดต่อ แต่งได้ง่ายในโปรแกรมต่างๆ ตามถนัด และมีขนาดใหญ่พอสมควรสำหรับทำงาน

เว็บที่สองที่จะแนะนำจะต่างกับเว็บแรกเล็กน้อย คือเป็นเว็บที่เน้นรูปภาพเหมือนจริงหรือรูปถ่าย ชื่อว่า picjumbo.com มีลักษณะเงื่อนไขการให้บริการคล้ายๆ กันกับเว็บแรกเลย


นั่นคือดาวโหลดเอาไปใช้ได้ฟรี โดยเว็บนี้ใจป้ำถึงขนาดว่าเอาไปใช่เชิงพาณิชย์ได้ฟรีด้วยสำหรับขนาดที่ใช้งานกราฟฟิกทั่วๆ ไปได้ แต่ถ้าจะเอา file ละเอียดโคตรๆ แบบขนาดใหญ่มาก ก็สามารถสมัครสมาชิกและดาวโหลดมาใช้ได้ โดยสมาชิกจะได้เห็นภาพที่จำนวนมากกว่า และสวยๆ กว่าคนที่ไม่ได้เป็นสมาชิก

ตัวอย่าง หากเราค้นคำว่า "computer" บนมุมขวาของเว็บ ก็จะได้รูปกลุ่มนี้ออกมา [ตัวอย่างเฉพาะบางรูปไม่ใช่ทั้งหมด]


ขนาดรูปที่ให้ดาวโหลดฟรียังสวยขนาดนี้ แบบจ่ายเงินจะสวยกว่าแค่ไหน จินตนาการเอาก็แล้วกัน คนที่ทำเว็บ ทำบล็อกก็จะมีรูปสวยๆ ใช้ได้แทบไม่จำกัด

ปัจจุบันมีเว็บไซต์ที่ให้บริการอย่างนี้อยู่มากมาย ซึ่งก็จะเป็นประโยชน์มากกับคนทำงานอย่างเรา ที่ไม่ได้มีทักษะขั้นสูงในการสร้างรูป หรือถ่ายรูป แต่ต้องการเอารูปสวยๆ ไปใช้งานเพื่อให้งานดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น อย่างไรก็ตามกรุณาอ่านเงื่อนไขการใช้งานของรูปทุกรูปอย่างละเอียดก่อนนำมาใช้งานเสมอ และหากมีโอกาส ก็อาจจะจ่ายเงินสนับสนุนผู้จัดทำเว็บบ้างในกรณีที่ใช้รูปที่มีขนาดใหญ่ หรือในเชิงพาณิชย์ เพื่อเป็นการสนับสนุนการทำงานของเว็บเหล่านี้ และทำให้เว็บเติบโตเพิ่มขึ้นด้วย


อ้างอิง
[1] https://en.wikipedia.org/wiki/Freemium

เป็นจริงได้ !!! สร้างรายได้ด้วยการเขียนนิยายอีบุ๊ค