Showing posts with label อีบุ๊ก. Show all posts
Showing posts with label อีบุ๊ก. Show all posts

Wednesday, November 16, 2016

Passive income มาสร้างรายได้ด้วยการเขียนหนังสือกันเถอะ

จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยากสำหรับการเขียนหนังสือสักเล่มให้จบ และนำไปขายเพื่อสร้างรายได้แบบต่อเนื่อง ถือเป็น “รายได้เชิงรับ” หรือ “รายได้ที่ไม่ได้มาจากการที่เราออกแรงทำงานโดยตรง” กล่าวคือ ถึงแม้ไม่ได้ทำงาน ของหรืองานที่ทำไว้ ก็ยังทำให้มีเงินไหลเข้ากระเป๋าของเราได้อยู่เรื่อยๆ   หนังสือเป็นหนึ่งใน Passive income เพราะเราเขียนครั้งเดียวสามารถนำมาพิมพ์ได้หลายครั้ง ขายได้หลายช่องทาง เก่าแล้ว ก็ยังมีคนอยากอ่าน เรียกว่า เหนื่อยครั้งเดียว สามารถมีรายได้มาเรื่อยๆ หากเขียนได้น่าสนใจ น่าอ่านจริงๆ วันนี้ขอแชร์ประสบการณ์ส่วนตัวในการมีรายได้จากการเขียนหนังสือ ซึ่งทำมาแล้วหลายปี มีรายได้เรื่อยๆ จริงๆ จะมากบ้างน้อยบ้าง แต่ก็ถือว่ามีความสุขไปด้วย ได้เงินไปด้วย โดยหวังว่าการแชร์คราวนี้จะมีประโยชน์กับทุกท่านบ้าง



เขียนหนังสือทำไม ?

มีเหตุผลดีๆ มากมายที่คุณจะลุกขึ้นมาเขียนอะไรสักอย่าง สิ่งแรกเลยคือการได้บอกเล่าเรื่องของเราให้คนอื่นได้รู้ มีนักเขียนหน้าใหม่หลายคนเกิดขี้นมาจากวิธีการเหล่านี้ เช่น นักเขียนที่เขียนเรื่อง How to ต่างๆ ที่เล่าวิธีการไปสู่ความสำเร็จของตัวเองเพื่อให้คนอื่นๆ ได้ใช้เป็นแนวทางทำตาม เป็นต้น บางทีเราคิดว่าเรื่องของเราไม่น่าสนใจ แต่ถ้าคุณไปดูหนังสือในร้านหนังสือ มีหนังสือหลากหลายประเภท คนอ่านต้องการความแตกต่าง และต้องการรู้หลายๆ เรื่อง เรื่องเล็กๆ ของเรา อาจเป็นเรื่องที่หลายคนชอบ และสนใจจะติดตามก็ได้


 นอกจากได้บอกเรื่องของเรา บางทีเราก็สามารถใช้บอกเล่าเรื่องราวของคนที่เราอยากพูดถึง อาจจะเป็นคนรู้จัก คนที่เราชื่นชม หรือผลงานต่างๆ ที่เราชอบและรวบรวมมา


ข้อดีอีกอย่างของการเขียนก็คือ มันสามารถสื่อสารได้มากมาย ใส่รายละเอียดเบื้องหลังเบื้องลึกได้มาก บางคนไม่ชอบพูด พูดไม่ได้ (มีความบกพร่องทางการพูด) การเขียนจึงเป็นอีกช่องทางที่จะบอกความในใจได้หลายหลากมิติ ที่สำคัญการเขียนทำให้เราได้คิด ได้ไตร่ตรอง มากกว่าการพูดมากมาย


การเขียนจึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เชื่อว่า ใครๆ ก็ทำได้ ถ้ามีใจรักจริง และมุ่งมั่นกับงานทางนี้ เอาล่ะ...มาเริ่มกันเลยว่าเราจะเริ่มหัดเขียนกันได้อย่างไร 

การเขียนต้องหัด ต่องทำสม่ำเสมอ ต้องไม่รีบร้อนมาก ทำเรื่อยๆ ทำบ่อยๆ แล้วจะดีขึ้น และค่อยๆ หาทางของตัวเองจนในที่สุดจะพบแนวที่เหมาะสม


 เขียนเรื่องอะไรดี?

 คำถามที่มักจะถูกถาม เพราะบางทีเราก็จนใจว่าจะเขียนเรื่องอะไรดี มีข้อแนะนำง่ายๆ ว่า - - ง่ายที่สุด คือเขียนเรื่องใกล้ตัว เรื่องที่เรารู้จักดี เรื่องที่เราชื่นชอบ เรื่องที่เราค้นคว้ามานาน งานอดิเรกแปลกๆ สรุปก็คือ ถ้าเริ่มจากเขียนอะไรที่เรามีความสุขที่จะเขียนมันบ่อยๆ ก็เอาเรื่องนั้นก่อนได้เลย ที่สำคัญ สิ่งที่ควบคู่กับการฝึกเขียน คือการอ่านให้มาก อ่านให้หลายแนว เพื่อเราจะได้รวบรวมข้อมูล วิธีการเขียน รูปแบบต่างๆ มาให้ได้เลือกใช้ และสร้างเป็นแนวทางการเขียนของเราได้

บางคนเริ่มจากการเขียนบันทึกประจำวัน แล้วก็ขยายไปสู่บล็อกในเว็บ ไปสู่นิยาย เรื่องเล่า เรื่องราวของการท่องเที่ยว เรื่องของสะสมแปลกๆ ได้หมด





 เขียนแล้วเอาไปไว้ที่ไหน?

เราจะเริ่มเผยแพร่ผลงานของเราได้อย่างไร ถ้ายังไม่พร้อมที่จะพิมพ์ เพราะยังเพิ่งเริม ปัจจุบันเทคโนโลยีช่วยเรื่องนี้ไ้ดมาก มีคำแนะนำว่า เราอาจฝากหรือเสนอไว้ในเว็บต่างๆ ที่เขาให้บริการ เรียกว่าการเขียน blog หรือเขียนยาวๆ จนจบและทำเป็นหนังสือ ซึ่งปัจจุบันสามารถทำเป็นหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-book ซึ่งไม่ต้องผ่านโรงพิมพ์กันแล้ว





สำหร้บนิยาย ที่คนเขียน blog นี้ถนัด มีขั้นตอนคร่าวๆ 6 ขั้นตอน ดังนี้


ขั้นตอนทั้ง 6 ขั้นตอนนี้เป็นเรื่องที่จำเป็น แต่สำหรับนิยายบางทีไม่มีรูป ขั้นตอนเรื่องหารูปประกอบก็ตัดออกไป สำหรับครั้งต่อไป จะมาแนะนำกันถึงวิธีการอับโหลดหนังสือขึ้น e-book market อย่างง่ายๆ เพื่อที่ทุกคนจะได้เห็นว่า การสร้าง passive income จากการทำหนังสือนี่ มันไม่ยาก แถมได้ความสุขจากการได้แบ่งปันความรู้ ความรู้สึกนึกคิดของเราอีกด้วย

ถ้าใครที่สนใจนิยาย อยากรู้ว่าเขียนพลอตนิยายเขาทำกันอย่างไร ให้ไปอ่านที่นี่ได้เลย


iam-sirinda: Nov-2016










เขียนนิยาย
รตชา (กีรตี ชนา)
www.mebmarket.com
ศาสตร์และศิลป์สู่เส้นทางนักประพันธ์แนวทางการเขียนนิยายฉบับสมบูรณ์ ตั้งแต่ประโยคแรกจนถึงบทสุดท้ายนำเสนอแนวทางการเขียนนวนิยายที่ รตชา นำมาจากประสบการณ์เมื่อได้เข้าคอร์สฝึกการเขียนนิยายแบบเวิร์คชอป ในสหรัฐอเมริกา โดยนำวิธีคิดและปฏิบัติด้วยทฤษฎีการเขียนนิยายของนักประพันธ์ทั้งในอดีตและปัจจุบันเป็นลำดับขั้นตอน เข้าใจง่าย ตั้งแต่การสร้างตัวละคร, การใช้มุมมองผู้เล่า, สร้างฉากเหตุการณ์, พล็อต, บทสนทนา, จัดฉาก, บทบรรยาย, ธีมเรื่อง, สร้างสไตล์การเขียน จนถึงการตั้งชื่อเรื่อง และการเขียนบทจบ**** หวังว่าตัวอย่างแม้เพียง 100 หน้าจะช่วยให้ทุกคนที่คิดจะเขียนนิยาย ได้แรงบันดาลใจ และความรู้ไปใช้ไม่มากก็น้อยนะคะ

Thursday, November 3, 2016

สร้างปกหนังสืออย่างง่าย ... โดยการใช้โปรแกรมฟรี PAINT.NET

โปรแกรม PAINT.NET เป็นโปรแกรม open source สำหรับการตกแต่งรูปภาพ คำว่าโอเพนซอร์ส หมายถึงวิธีการในการออกแบบ พัฒนา และแจกจ่ายสำหรับต้นฉบับของสินค้าหรือความรู้ โดยเฉพาะซอฟต์แวร์ โดยโอเพนซอร์ซถูกพิจารณาว่าเป็นทั้งรูปแบบหนึ่งในการออกแบบ และแผนการในการดำเนินการ โดยโอเพนซอร์ซเปิดโอกาสให้บุคคลอื่นนำเอาระบบนั้นไปพัฒนาได้ต่อไป [1]


โปรแกรม PAINT.NET เป็นโปรแกรมที่ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับคนที่ไม่มีความรู้เรื่องเทคนิคอะไรมาก อย่างไรก็ตาม คุณสมบัติบางอย่างอาจไม่เทียบเท่าโปรแกรมที่ต้องจ่ายเงินอื่นๆ เช่น Photoshop เราสามารถดาวโหลดโปรแกรมมาใช้ได้ฟรี โดยไม่มีปัญหาลิขสิทธิ์ โดยไปดาวโหลดได้ที่เว็บ PAINT.NET

เรามาเริ่มสร้างปกนิยายง่ายๆ กันเลย โดยสิ่งที่ต้องมีก็คือ รูปพื้นหลังปก [อ่านเพิ่มเติมที่หัวข้อเว็บฟรีแจกรูปสวยใช้ทำปกได้] หลังจากดาวโหลดโปรแกรมแล้ว ก็ให้เปิดโปรแกรมออกมา หน้าตาเป็นดังภาพ



1. พื้นที่ทำงาน ซึ่งพื้นที่สีขาวคือขอบเขตของรูปภาพที่เราจะทำงานด้วย สามารถปรับขนาดโดยเข้าไปที่คำสั่ง Image->Resize
2. Colors หรือ ชุดแถบสี ใช้เลือกสีที่ต้องการ มาแต่งรูป หรือกำหนดสีที่ตัวอักษร
3.  Layers หรือ ส่วนแสดงและจัดการระดับของชั้นภาพหรือ เลเยอร์ของรูปภาพ
4. Tools หรือ ชุดเครื่องมือสำหรับการปรับแต่งรูป เราสามารถใช้ใช้เมาส์คลิกเลือก Tool ที่ต้องการ แล้วเลื่อนเมาส์เข้ามาในโซน 1 เพื่อแต่งรูป

จากนั้นให้ตั้งขนาดปกก่อน เข้าไปที่คำสั่ง Image->Resize หากเป็น A5 ให้ใส่ขนาดเป็น 52.92 ซม. กับ  75.45 ซม. จะทำให้ขนาดรูปมีขนาดใหญ่พอสมควรเพื่อให้สามารถนำไปให้กับปกได้สวยงาม หากเป็นขนาด A5 ปกติซึ่งมีขนาด 14.8 x 21.1 ซม. รูปที่ได้จะมีขนาดเล็กเกินไป หากนำไปใช้ในปกก็อาจจะเล็กแต่ภาพแตกได้ [หลังจากทำงานเสร็จแล้ว อาจปรับขนาดรูปให้เล็กลง หรือใหญ่ขึ้นได้อีกที เพราะแต่ละเว็บที่ให้ขึ้น e-book จะให้ใส่ขนาดรูปไม่เท่ากัน]


จากนั้นเราจะได้พื้นที่ทำงานเป็นรูปที่มีสัดส่วนเป็น A5 ตามภาพ


ให้เปิดรูปที่เราต้องการนำมาเป็นพื้นหลังปก โดยเลือกที่ File->Open ในที่นี้จะเอารูปจากเว็บ freepik.com [2] มาใช้ 


จากนั้นเลือกรูปที่ต้องการโดยใช้เครื่องมือ Rectangle Select ดังรูป


จากนั้นให้ copy รูปดังกล่าวไปแปะที่พื้นที่สีขาวซึ่งเป็นหน้าปกที่สร้างไว้ก่อนหน้า โดยขอให้เลือก Paste in it New Layer


ได้รูปมาแปะที่ พื้นที่ทำงานดังรูป


เพิ่มชื่อนิยายโดยสร้าง Layer เพิ่ม 1 Layer สำหรับใส่ตัวอักษร การที่เราแยก Layer หรือชั้นของการทำงานออกจากกัน เพื่อให้การแก้ไขปรับปรุง หรือย้ายรูป หรือตัวอักษรเป็นไปอย่างง่ายนั้นเอง


จากนั้นคลิกที่ Tools รูปตัว T หรือ Tools สำหรับสร้างตัวอักษร เลือกรูปแบบตัวอักษร และขนาดที่ต้องการจากเมนู แล้วจึงพิมพ์ชื่อเรื่อง


จากรูปด้านบน สังเกตว่า ทำ Layer ตัวอักษร 2 Layers เพื่้อให้ได้ตัวหนังสือแต่ละบรรทัดที่สีต่างกัน และสามารถเลือกแต่ละ Layers เพื่อจัดตัวหนังสือให้สวยงามได้ โดยคลิกที่  Move Selected Pixels ตามรูป


จากนั้น แทรกรูปอื่นๆ หรือพิมพ์ข้อความอื่นๆ ให้สวยงาม ตามรูป

ภาพสุดท้ายหลังตกแต่งพื้นหลังด้วยการใส่ Layers ต่างๆ และแทรกรูปพื้นหลังและตัวอักษร จะได้ปกหนังสือตามรูปด้านล่าง 



จากนั้นให้ save รูปเป็น file โดยคลิก File -> Save as และเลือกนามสกุล . png จะได้รูปที่มีขนาดและรายละเอียดที่เหมาะจะเอาไปทำปกหนังสือ e-book ของเราได้

อ้างอิง
[1] https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%99%E0%B8%8B%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%8B
[2] freepik.com เป็นเว็บที่ให้บริการดาวโหลดรูปฟรี แต่ถ้าจะใช้ฟรีต้องระบุในปกในว่าเอารูปมาจากเขา แต่หากจะเอาไปใช้โดยไม่ต้องอ้างอิง ต้องสมัครสมาชิก โดยค่าสมาชิก ถูกมากประมาณเดือนละ 350 บาท ดาวโหลดได้ทุกรูป และมี file แบบที่แก้ไขได้พวก Ai, eps ด้วย

บทความที่เกี่ยวข้อง

แหล่งรวมรูปสวย ใช้ฟรี ดีจริง ขั้นตอน วิธีเขียนนิยาย...ทำรายได้ ไม่ยาก
เป็นจริงได้ !!! สร้างรายได้ด้วยการเขียนนิยายอีบุ๊ค


iam-sirinda  Nvember 2016


หนังสือ e-book ของ "สิรินดา"



เขียนนิยาย
รตชา (กีรตี ชนา)
www.mebmarket.com
ศาสตร์และศิลป์สู่เส้นทางนักประพันธ์แนวทางการเขียนนิยายฉบับสมบูรณ์ ตั้งแต่ประโยคแรกจนถึงบทสุดท้ายนำเสนอแนวทางการเขียนนวนิยายที่ รตชา นำมาจากประสบการณ์เมื่อได้เข้าคอร์สฝึกการเขียนนิยายแบบเวิร์คชอป ในสหรัฐอเมริกา โดยนำวิธีคิดและปฏิบัติด้วยทฤษฎีการเขียนนิยายของนักประพันธ์ทั้งในอดีตและปัจจุบันเป็นลำดับขั้นตอน เข้าใจง่าย ตั้งแต่การสร้างตัวละคร, การใช้มุมมองผู้เล่า, สร้างฉากเหตุการณ์, พล็อต, บทสนทนา, จัดฉาก, บทบรรยาย, ธีมเรื่อง, สร้างสไตล์การเขียน จนถึงการตั้งชื่อเรื่อง และการเขียนบทจบ**** หวังว่าตัวอย่างแม้เพียง 100 หน้าจะช่วยให้ทุกคนที่คิดจะเขียนนิยาย ได้แรงบันดาลใจ และความรู้ไปใช้ไม่มากก็น้อยนะคะ

Wednesday, November 2, 2016

ขั้นตอน วิธีเขียนนิยาย...ทำรายได้ ไม่ยาก




ผู้ที่เริ่มหัดนิยายใหม่ๆ มักจะท้อแท้เสียกำลังใจก่อนเขียนจนจบเรื่อง เพราะพอเริ่มแต่งก็มักจะพบปัญหามากมาย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องพลอตเรื่อง ภาษา และอื่น ๆ อีกมาย การเขียนเรื่องสั้นหรือนวนิยาย สักเรื่องจึงไม่ใช่เรื่องง่าย อย่างไรก็ตามมันก็ไม่ถึงกับยากจนเกินไปนักถ้าคุณมีความตั้งใจจริง... ย้ำคุณต้องมี อย่างเดียวคือความตั้งใจจริงที่จะเขียนมันให้จบ และต่อไปนี้เป็นข้อคิดเห็นคร่าว ๆ ที่อาจจะช่วยให้คุณสามารถเขียนเรื่องได้จนจบเล่ม แถมมีความกระชับ และน่าอ่านมากขึ้น



1. จดบันทึกความคิดและข้อมูลที่คุณจะใช้เขียนสำหรับเรื่องนั้น ๆ ไว้

การจดบันทึกทุกอย่างที่คิดว่าจะเขียนเกี่ยวกับเรื่องนั้น เช่น แนวคิดสำคัญของเรื่อง (ทำไมสองคนที่เป็นตัวเอกของเรื่องเขารักกัน อุปสรรคของทั้งคู่ที่สำคัญคืออะไร) สถานที่ที่จะใช้ดำเนินเรื่อง ชื่อของตัวละครหลัก ๆ อุปนิสัยเด่น หรือประโยคหรือกิรยาที่ต้องการเก็บไว้ จะทำให้เราสามารถกลับมา ทบทวนความคิด และบุคคลิกของตัวละครได้ ซึ่งจะทำให้เนื้อเรื่องมีความต่อเนื่องกลมกลืนกัน ไม่หลุด หรือแปลกๆ ระหว่างเขียนนั่นเอง

การจดบันทึกจำเป็นมาก โดยเฉพาะการเขียนเรื่องยาว เพราะโดยปกติเรื่องยาวจะใช้เวลานานในการแต่ง ดังนั้นมีโอกาสเป็นไปได้สูงที่เราจะลืมว่าเรากำหนดลักษณะหลักในเรื่องไว้อย่างไรบ้าง




2. หาวิธีการเขียนที่ง่ายและธรรมดามากที่สุด 

วิธีการเขียนที่ง่าย และธรรมดาจะทำให้เราเข้าถึงแก่นของเรื่องที่เราแต่งได้ชัดเจนนั่นเอง วิธีการเขียนมี หลายอย่าง เช่นเราอาจจะเขียนเรียงตามลำดับเวลาอดีตมาปัจจุบันหรือเริ่มจากปัจจุบันย้อนไปอดีต อาจใช้วิธีเล่าเรื่องโดยบุคคลที่สามหรือผู้สังเกตการณ์ หรือเล่าเรื่องโดยตัวละครในเรื่อง ตามแต่ความเหมาะสม

สำหรับนักเขียนมือใหม่ แนะนำให้หาวิธีการเขียนที่ง่ายที่สุด เพื่อที่จะทำให้เรารู้สึกสบายๆ เวลาเขียน ไม่เครียดหรือกังวลกับวิธีการเขียน เพื่อจะได้สามารถดำเนินเรื่องได้ตั้งแต่ต้นจนจบ และหากเขียนจบแล้ว ค่อยกลับมาเกลาเรื่องอีกครั้งก็ได้

ไม่เล่นหรือใส่ลูกเล่นอะไรที่มากเกินไป รอให้เรามีประสบการณ์มากขึ้นแล้วค่อยๆ เพิ่มลูกเล่นลงไปได้



3. เขียนโครงร่างของเรื่องคร่าว ๆ ไว้ก่อนที่จะเขียนจริง 

ทั้งนี้เพื่อจะได้มีกรอบในการดำเนินเรื่องไม่ให้มันยืดยาวเกินความจำเป็น เป็นการบริหารจัดการพื้นที่บน หน้ากระดาษทั้งหมดในเรื่องไปโดยปริยาย โดยเขียนเรื่องย่อของแต่ละตอน/แต่ละบทคร่าวๆ เก็บไว้ การเขียนโครงร่าง ทำให้เราสามารถดูความกลมกลืนของเนื้อหาได้ก่อนที่จะลงมือเขียนจริง

นิยายเรื่องหนึ่งจะมีจำนวนบทต่างกันไป ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 15-25 บท และแต่ละบทก็จะมีความยาวสั้นต่างกัน ตามแต่เทคนิคของแต่ละคน โดยส่วนใหญ่แต่ละบทจะมีความยาวประมาณ 5-10 หน้ากระดาษ A4 สำหรับนิยายที่มีความยาวประมาณ 180-200 หน้า A4 ก็จะได้ จำนวนตอนประมาณ 15-20 ตอน อย่างไรก็ตามเรื่องความยาวของแต่ละตอนไม่มีสูตรตายตัวจริงๆ

สำหรับฉัน เนื่องจากเป็นคนเคยเขียนเรื่องสั้นแนวรักมาก่อน วิธีการก็คือในแต่ละบทเหมือนเป็นเรื่องสั้น หรือเรื่องเล็กๆ เรื่องหนึ่ง มีความสมบูรณ์บางอย่างในบทนั้น และทิ้งอะไรไว้บางอย่างตอนท้ายบทเพื่อจะส่งต่อในบทต่อไป



4. ลงมือเขียน 

เมื่อได้โครงร่าง ได้ตัวละคร และวิธีการเขียนแล้ว เราก็เริ่มเขียนกันเลย พยายามทำให้ตัวเองรู้สึกสบายที่สุดเวลาเขียน โดยปกตินิยายที่มีความหนาประมาณ 200 หน้า จะมีต้นฉบับ A4 อักษร font 14 ประมาณ 120 หน้า และส่วนใหญ่ต้นฉบับนิยายไม่ควรจะเกิน 300 หน้า สำหรับ 1 เล่ม การแบ่งตอนนิยายในแต่ละตอน โดยปกติ 1 ตอนจะมีขนาดยาว-สั้น ตามเนื้อหาอันควรจะเป็นในแต่ละตอนมากกว่า แต่หากไม่แน่ใจอาจจะใช้หลักง่ายๆ ว่าไม่ควรจะเกิน 8-10 หน้า A4 ต่อตอน

การลงมือเขียนจริงๆ อาจพบว่า เนื้อเรื่องอาจมีการเปลี่ยนแปลงจากโครงเรื่องที่ร่างไว้เป็นตอนๆ ได้ ไม่ต้องซีเรียส ให้ปรับในโครงเรื่องคร่าวๆ พร้อมกันไปด้วย ก่อนจะลงมือเขียนตอนใหม่ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าการเปลี่ยนแปลง นั้นไม่กระทบต่อตอนจบ แต่หากเป็นการเปลี่ยนแปลง เพิ่มเติมอะไรเล็กน้อย อาจจะไม่ต้องแก้ในโครงเรื่องก็ได้


5. ทบทวน/แก้ไข/ปรับปรุง 

หลังจากเขียนจบแล้วตามโครงร่าง เอาเนื้อหาโดยรวมมาพิจารณาอีกครั้งว่ายังตกหล่นข้อความสำคัญ หรือ มีตอนใดที่ไม่สมจริงบ้าง แล้วแก้ไขปรับปรุง ขั้นตอนนี้สำคัญมาก เพราะช่วงที่เราแต่งนิยายในแต่ละตอน เราอจจะอยู่ในภาวะอารมณ์อย่างใดอย่าหนึ่ง ซึ่งอาจจะทำให้นิยายในแต่ละตอนขาดความกลมกลืนได้ ดังนั้นการปรับปรุงในขั้นตอนสุดท้ายจะทำให้เรื่องที่แต่งดูกลมกลืนมากขึ้น นอกจากนั้นช่วงนี้ก็เป็นเวลา ในการแก้ไขตัวสะกดที่ผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ รูปประโยคที่อาจจะผิดรูปแบบภาษามากเกินไป


6. ตัวอย่างพลอต /โครงเรื่อง /บันทึกความคิดก่อนเขียน

เพื่อให้เห็นภาพ จะขอเอาตัวอย่างพลอตของ “รักเธอ...Super Model” ซึ่งเขียนร่วมกับวลีวิไล มาให้ทุกคนลองอ่านดู ถ้าใครเคยอ่านนิยายเรื่องนี้แล้วจะสังเกตเห็นว่าพลอตที่เอามาลงนี้มีการ เปลี่ยนแปลงจากเรื่องในหนังสือพอสมควร นั่นเป็นเพราะการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงระหว่งการแต่งเรื่อง ในขั้นตอนที่ 4-5 นั่นเอง

..............................................................................

ปิ๊งรักเธอ...Super Model 
โดย สิรินดา & วลีวิไล (ตุลาคม 2549)

ตัวละครหลัก

1. ปราปต์ปฎล
ผู้กำกับหนุ่มโหดวัย 30 ไม่หล่อบาดใจแต่ว่ามาดเท่และปากร้ายสุดฤทธิ์ ออกแนวเถื่อนนิดหน่อย ชอบใส่กางเกงยีนกับเสื้อยืดสีขาวตราห่านคู่จนเป็นเอกลักษณ์

2. กีรดา
นางแบบสาวไฮโซนักเรียนนอกวัย 22 แรกเริ่มเข้าวงการเพราะคุณแม่ขอร้อง เป็นคุณหนูขาลุยที่ไม่ค่อยจะยอมคนไม่กลัวใคร เข้าตำราสวยเริดเชิดหยิ่ง

ตัวละครสมทบ 

1. รดีสุดา
นางเอกสาวคนดังที่ตัวจริงเป็นนางร้าย หลงรักปราปต์ปฎลและอิจฉากีรดา เธอโทษว่าการที่ต้องตกอันดับมาเป็นนางร้ายในละครที่แสดงด้วยกันนั้นเป็นเพราะกีรดาคนเดียว (ไม่โทษตัวเองเลยนะยะหล่อน) ทั้งที่ความจริงผู้จัดละครเห็นแววร้ายในตัวเธอมานานแล้ว (ฮา) แอบเป็ยสปายให้ภุมรินในการหาข่าวและภาพเพื่อเขียนข่าวใส่ร้ายกีรดามาตลอด(แถมไม่มีใครรู้ซะอีกแน่ะ)

2. วิม วรวีร์
นักร้องชื่อดังผู้เก็บความลับเรื่องที่ตัวเองเป็นเกย์เอาไว้อย่างมิดชิด ความสุภาพเรียบร้อยและน่ารักของเขาทำให้สาวๆ ค่อนเมืองใฝ่ฝันถึง วิมชอบความใจนักเลงของกีรดาและเอ็นดูเหมือนน้องสาวจึงคอยช่วยเหลือเธอเสมอ จนใครๆ รวมทั้งปราปต์ปฎลคิดว่าเขาชอบเธอแบบชู้สาว วิมนี่เองที่เป็นคนล่วงรู้ความลับของรดีสุดาที่แอบถ่ายรูปกีรดากับปราปต์ปฎลไปส่งให้กับภุมริน

3. ภุมริน
บรรณาธิการหนังสือพิมพ์และนิตยสารบันเทิงหลายฉบับ ไม่พอใจที่กีรดาปฏิเสธถ่ายปกหนังสือให้เขาในคอนเซ็ปต์วาบหวิวแถมถูกเธอด่าอีกต่างหาก ทำให้เขาโกรธแค้นมาก และหาทางกลั่นแกล้งด้วยการลงข่าวเชิงลบตลอด สุดท้ายกีรดาทนไม่ไหวฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกลายเป็นกรณีตัวอย่างในวงการบันเทิงที่ดารานางแบบกล้าฟ้องหนังสือบันเทิงค่ายยักษ์ใหญ่

4. คุณหญิงกนกฉวี
มารดาของกีรดา เป็นคนใจดีสนุกสนานเฮฮา (ประมาณป้าดาไฮโซ) ชอบทำบุญและชอบวงการบันเทิง ชักนำลูกสาวเข้าสู่วงการส่วนหนึ่งอยากให้ลูกมีชื่อเสียง อีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะตอนนี้ฐานะไม่ค่อยจะดีนักเนื่องจากเอาเงินที่มีอยู่ส่งลูกสาวเรียนต่างประเทศ

โครงเรื่องคร่าวๆ (v1-ร่างโดยสิรินดา+วลีวิไล)

เปิดเรื่องที่กองถ่าย MV เพลงเปิดอัลบั้มชุดที่ 2 ของวิม วรวีร์ นักร้องหนุ่มชื่อดังที่สาวๆ คลั่งไคล้ เขาเป็นนักร้องหนุ่มหนึ่งในไม่กี่คนที่เปิดตัวในอัลบั้มแรกประสบความสำเร็จด้วยยอดขายทะลุหลักล้านตลับ มีเพลงฮิตติดชาร์ตนานนับเดือนอยู่หลายเพลง เมื่อเขาจะออกอัลบั้มชุดที่ 2 ทางค่ายจึงพิถีพิถันเป็นพิเศษ โดยในเพลงเปิดอัลบั้มชุดใหม่ได้ปราปต์ปฎล ผู้กำกับหนุ่มซึ่งได้ชื่อว่ามีฝีมือที่สุดคนหนึ่งมากำกับ MV เพลงนี้ให้เนื่องจากมีซีนอารมณ์ค่อนข้างเยอะ

กีรดาหรือจิ๊กกี๋นางแบบสาวนักเรียนนอกแถมเป็นลูกไฮโซ ซึ่งแม้ว่าจะเพิ่งเข้าวงการได้ไม่นานแต่เธอก็โดดเด่นบนแคทวอล์คจนได้รับฉายาซูเปอร์โมเดลแห่งปีจากการโหวตของนางแบบด้วยกันเอง เธอโด่งดังจากการเป็นนางแบบสบู่เหลว ทำให้วิมสนใจเธอและเสนอให้ทางค่ายเทปติดต่อมาแสดงเป็นนางเอก MV กีรดารับงานเป็นนางเอก MV ครั้งแรกในชีวิต ต้องแสดงซีนร้องไห้สุดรันทดเมื่อคนรักของเธอกำลังจากจากโลกนี้ไป แต่แสดงไม่ได้ดั่งใจ ทำให้ปราปต์ปฎลผู้กำกับหนุ่มสุดโหดด่าแหลก หาว่าพวกนางแบบก็อย่างนี้ทำเป็นแต่หน้าตาบึ้งตึงบนแค็ตวอล์คหรือไม่ก็

เปลื้องผ้าล่อตะเข้ (เพราะเขาติดภาพเธอที่แสดงโฆษณาสบู่) ให้แสดงอะไรก็ออกมาเหมือนไม้กระดาน กีรดาโกรธมาก เถียงเขาฉอดๆ แถมยังเรียกเขาว่า “นายสัปดน” แทนชื่อปราปต์ปฎล ทำให้ผู้กำกับหนุ่มโกรธหนักกว่าเดิมจนเกือบจะเกิดศึกใหญ่ วิมซึ่งเป็นเจ้าของเพลงต้องห้ามทัพเพราะไม่อยากให้เสียงาน เมื่อถ่าย MV จบในเวลาสามวันกีรดาบอกตัวเองว่าจะไม่มีวันร่วมงานกับนายสัปดนนี่อีกเป็นอันขาด

MV เผยแพร่ออกไปในอีกสองสัปดาห์ต่อมา ปรากฏว่าได้รับการกล่าวขวัญทั้งเพลงที่โดนใจ ภาพที่ออกมาสวยมากและนางเอก MV ที่ตอกย้ำความเป็นสตาร์จนหนุ่มๆ หลงใหลกันทั่วเมือง

ความฮ็อตของกีรดาส่งผลให้เธอได้รับการติดต่อจากนิตยสารชื่อดังให้ถ่ายแบบขึ้นปกและแฟชั่น งานเดินแบบหลั่งไหลเข้ามาจนรับโทรศัพท์แทบไม่ไหว คุณหญิงกนกฉวีไฮโซชื่อดังซึ่งเป็นมารดารับหน้าที่จัดคิวให้ลูกสาวจนกลายเป็นผู้จัดการส่วนตัวไปโดยปริยาย นางเสนอให้กีรดาหาผู้จัดการสักคนแต่ลูกสาวบอกว่าไม่ต้องการให้ใครมาจัดการชีวิตให้คุณแม่จัดการดีแล้ว

ในงานประกาศรางวัลทางโทรทัศน์ ซึ่งมีการประกาศกันทุกปี มีบรรดาผู้จัดและค่ายเพลงเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง รวมทั้งค่ายยักษ์ใหญ่อย่างสตาร์กรุ๊ป ซึ่งมี 2 บริษัทชูโรง คือสตาร์การละครและสตาร์เรคคอร์ดเข้าลุ้นรางวัลทั้งด้านละครทีวีและเพลง ซึ่งเป็นไปตามคาด ปราปต์ปฎลได้รับรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมจากงานละครสะท้อนสังคมที่เขากำกับให้กับค่ายสตาร์การละคร ส่วนวิม วรวีร์ ได้รับรางวัลนักร้องดาวรุ่ง

[*ใครที่ได้อ่านนิยายเรื่องนี้แล้ว....จะเห็นได้ว่าช่วงนี้เริ่มมีการปรับเปลี่ยนเนื้อเรื่องบ้างแล้ว บ่อยครั้งที่มีการปรับเนื้อเรื่องต่างจากพลอตไปเล็กน้อย]

การแสดงในวันงานมีชุดหนึ่งที่เป็นการเดินแบบของเหล่าดารานักแสดงสาว กีรดาได้รับเชิญเป็นแขกพิเศษเพื่อสวมชุดฟินาเล่ต์ สร้างความไม่พอใจให้กับนางเอกละครของค่ายสตาร์การละครอย่างรดีสุดาเป็นอย่างมากเพราะหล่อนเชื่อว่าตัวเองจะต้องได้สวมชุดที่เด่นที่สุดแต่กลับกลายเป็นว่าต้องเสียตำแหน่งนี้ให้กีรดาไปเพราะคนจัดแฟชั่นโชว์คราวนี้คือเจ๊ตุ๊กเป็นอดีตนางแบบและดีไซน์เนอร์ชื่อดังที่เคยร่วมงานกับกีรดามาแล้วและปลื้มเธอมาก แถมก่อนหน้านี้รดีสุดาก็เคยออกฤทธิ์ออกเดชเรื่องมากตามประสาดาราดังแล้วเหลิงทำให้ผู้จัดหลายรายเอือมระอา รดีสุดาเก็บความไม่พอใจเอาไว้

นายปีรติเจ้าของค่ายสตาร์การละครซึ่งเป็นพ่อของปราปต์ปฎลมาในงานนี้ด้วย ทันทีที่เขาเห็นหญิงสาวบนเวทีแคทวอล์คก็ตัดสินใจที่จะให้กีรดาแสดงนำในละครเรื่องใหม่ซึ่งเขาซื้อบทประพันธ์มาแล้วยังหาคนที่จะเล่นเป็นนางเอกไม่ได้

วันรุ่งขึ้นเขาให้เลขาต่อสายหาคุณหญิงกนกฉวีโดยตรงเพื่อขอใช้คฤหาสน์ของคุณหญิงเป็นสถานที่ถ่ายละครเรื่องใหม่ และทาบทามลูกสาวไปแสดงเป็นนางเอก คุณหญิงดีใจมากแต่สงวนท่าทีขอคุยกับลูกสาวดูก่อน

..............[ ตัดออกเป็นบางส่วน เพราะพลอตจริงๆ ยาวมาก ๆ ]................

กีรดาตัดสินใจนัดเจอพระเอก แล้วคืนแหวนให้ บอกว่า การเล่นละคร (หมั้น) เพื่อให้ละครของเธอดัง จบลงแล้วเธอจึงอยากคืนแหวนให้ พระเอกบอกว่าชอบนางเอกจริงๆ แต่นางเอกไม่เชื่อ (จริงๆ ยังไม่รู้ใจตัวเอง) บอกว่ารู้สึกดีกับพระเอก แต่ยังอยากสนุกกับชีวิต ไม่อยากผูกมัด และไม่ชอบที่จะมีแฟนในวงการ (แบบสาวมั่นที่ยังรู้สึกว่าใช้ชีวิตไม่คุ้ม ไม่อยากผูกมัด และที่สำคัญเป็นคนไม่เชื่อมั่นในความรักในวงการ เพราะเพื่อนๆ หลายคนที่มีแฟนในวงการเลิกกันเร็วมาก) พระเอกประชดว่าไม่ใช่เพราะเราวิมอยู่ใช่ไหม นางเอกบอกว่าวิมเป็นเพื่อน พระเอกเสียใจสุดๆเพราะไม่เคยบอกรักใคร บอกกับตัวเองว่าจะไม่พูดเรื่องนี้อีกเป็นครั้งที่สอง

ตอนจบ : นางเอกแสดงละครเรื่องใหม่ โทรมาปรึกษาพระเอกเพราะถือว่าเป็นคนรู้จัก พระเอกให้ข้อเสนอแนะแต่เย็นชาสุดๆแต่ก้อคอยฃ่วยเท่าที่ช่วยได้ตลอด พระเอกน่าจะเจอมรสุมชีวิตอะไรสักอย่าง ทำให้ชื่อเสียงในวงการเสีย เลยหายไป(จริงๆ ไม่ใช่พระเอกคุ้นกับข่าวแปลกๆ ในวงการอยู่แล้ว แค่พระเอกอยากพัก เพราะเครียดมานาน เลยไปหาที่สงบๆ เขียนพลอตเรื่องใหม่) นางเอกพยายามติดต่อทุกทาง จนรู้ว่าอยู่ไหนก้อขับรถไปหาด้วยความเป็นห่วง และเพิ่งรู้จริงๆ ว่ารักพระเอก งานนี้นางเอกต้องแสดงสุดฤทธิ์ให้พระเอกของเรามั่นใจว่าจะไม่หน้าแตกเป็นครั้งที่สองด้วยการบอกรักก่อน แถมต้องแสดงความรักให้พระเอกเห็นอีกด้วย

Copyright by สิรินดา & วลีวิไล

........

หวัวว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อคนอยากเขียน และคิดจะเริ่มเขียนิยาย ขอให้มั่นใจว่าเราทำได้ และหาทำจริงๆ มันไม่ยากจนเกินไป หากวิธีการขั้นตอนที่แนะนำมา ส่วนใหนรู้สึกยากเกินไป จะลองยกเว้น และทำตามแนวทางของตัวเองก็ได้ ให้คิดเสมอว่างานเขียนเป็นศิลปะ ไม่มีแนวตายตัว

เป็นกำลังใจให้ทุกคน และหากเขียนแล้วอยากมีที่แปะนิยายเอาไว้ก่อนพิมพ์ แนะนำเว็บนี้
www.love-stories.net






เขียนนิยาย
รตชา (กีรตี ชนา)
www.mebmarket.com
ศาสตร์และศิลป์สู่เส้นทางนักประพันธ์แนวทางการเขียนนิยายฉบับสมบูรณ์ ตั้งแต่ประโยคแรกจนถึงบทสุดท้ายนำเสนอแนวทางการเขียนนวนิยายที่ รตชา นำมาจากประสบการณ์เมื่อได้เข้าคอร์สฝึกการเขียนนิยายแบบเวิร์คชอป ในสหรัฐอเมริกา โดยนำวิธีคิดและปฏิบัติด้วยทฤษฎีการเขียนนิยายของนักประพันธ์ทั้งในอดีตและปัจจุบันเป็นลำดับขั้นตอน เข้าใจง่าย ตั้งแต่การสร้างตัวละคร, การใช้มุมมองผู้เล่า, สร้างฉากเหตุการณ์, พล็อต, บทสนทนา, จัดฉาก, บทบรรยาย, ธีมเรื่อง, สร้างสไตล์การเขียน จนถึงการตั้งชื่อเรื่อง และการเขียนบทจบ**** หวังว่าตัวอย่างแม้เพียง 100 หน้าจะช่วยให้ทุกคนที่คิดจะเขียนนิยาย ได้แรงบันดาลใจ และความรู้ไปใช้ไม่มากก็น้อยนะคะ

เป็นจริงได้ !!! สร้างรายได้ด้วยการเขียนนิยายอีบุ๊ค


จากประสบการณ์การเขียนหนังสือนิยายขายแบบเป็นเล่มมาหลายปี และเมื่อสองสามปีที่ผ่านมามีโอกาสได้ไปสัมผัสการขายหนังสือแบบอีบุ๊ค (e-books) จึงอยากจะมาเขียนเล่าประสบการณ์ส่วนตัวแนว tips&tricks เพื่อช่วยให้กับผู้ที่จะก้าวมาในเส้นทางนี้ได้เอาไปใช้ประโยชน์

หากย้อนไปห้าปีที่แล้ว การเอานิยายที่เราเขียนมาทำเป็น e-books นั้นถือว่าเป็นเรื่องยาก (มากกกก) เพราะอะไร เรื่องแรก เทคโนโลยีไม่เอื้ออำนวย การทำ e-books ทำยาก คนที่ทำต้องเป็นด้านไอที หรือมี่ความรู้พอสมควร อย่างที่สอง ตลาดในประเทศไทยยังไม่เปิดกว้างมาก เรื่องของนิยายที่เป็นออนไลน์ คนไทยมองว่าน่าจะเป็นของฟรีมากกว่า นอกจากนั้นท้ายที่สุด ในประเทศไทยมีผู้ให้บริการขายอีบุ๊คไม่มาก

ในเวลาอันรวดเร็ว ตลาด e-books ในประเทศไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว สิ่งที่กระตุ้นตลาดมีหลายๆ  เรื่อง ไม่ว่าจะเป็น generation ใหม่ ที่เติบโตมาพร้อมมือถือ พร้อมที่จะรับและอ่านทางมือถือ หรือหน้าคอมพิวเตอร์มากกว่า generation ก่อนๆ และมีการเข้ามาของผู้ประกอบการด้านนี้หลายราย โดยเฉพาะ ookbee และ mebmarket ฉันเชื่อว่าเป็นผู้ประกอบการที่กระตุ้นการเติบโตตลาดของประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ

ถ้าสังเกตุให้ดี ทั้งสองราย ไม่ใช่ผู้ประกอบการสิ่งพิมพ์ หรือกลุ่ม traditional book business เลย กลับเป็นเด็กรุ่นใหม่ที่สนใจด้านไอที

สำหรับฉันซึ่งเขียนนิยายมาหลายปี สนใจตลาด e-books มานาน จังหวะที่เทคโนโลยีพร้อม ผู้ประกอบการพร้อม คนอ่านเริ่มรับได้ ก็เลยลองลงไปเล่นในตลาดนี้ดู

ผลตอบแทนเป็นอย่างไร?

ถ้าเทียบกันระหว่างการขายหนังสือนิยายเป็นเล่ม ที่ได้ผลตอบแทน 10% ของยอดขาย และสำนักพิมพ์จัดการให้หมด กับการขาย e-books ที่รายได้ 70% ของยอดขาย แต่ราคาของ e-books ต่ำกว่าพอสมควร และยอดดาวโหลดไม่สูงเท่ากับยอดขาย รายได้จาก e-books ถือว่ายังต่ำกว่าหนังสือเป็นเล่มอยู่พอสมควร

ส่วนนี้อาจเป็นเพราะฉันเป็นนักเขียนรุ่นเก่า ที่ไม่ได้มีผลงานออกมาบ่อยๆ เท่าน้องๆ รุ่นใหม่ เท่าที่ตามข่าว รุ่นใหม่ๆ ได้รายได้เป็นกอบเป็นกำ และเป็นรายได้ที่เข้าเรื่อยๆ ทุกเดือน เดือนละหลายหมื่นก็มี

ดังนั้น ผลตอบแทนขึ้นอยู่กับ นิยายที่คุณเขียนได้รับความนิยมหรือไม่ คุณออกนิยายบ่อยแค่ไหน และคนอ่่านเป็นใคร

ได้อะไรจากการขายแบบ e-books

  • การขายนิยาย หรือหนังสือแบบ e-books จะตัดขั้นตอนบางขั้นตอนออกไปเลย เช่น ขั้นตอนการรอการพิจารณาจากสำนักพิมพ์ (หากคุณไม่ใช่นักเขียนที่มีชื่อเสียงมาก่อน การอแบบนี้อาจกิจเวลามากกว่า 3 เดือน) ทำให้เวลาในการทำงานลดลงมาก และต้นทุนที่ลดลงมากเช่นกัน (ถ้าเทียบกับการที่เราจะพิมพ์หนังสือเอง)
  • สามารถเพิ่มรายได้เสริมงานที่ทำเป็นประจำ (ภาษาหลักการเรียกว่า passive income) เป็นรายได้ที่ยั่งยืนหากทำระยะเวลาหนึ่งและมีแฟนหนังสือในระยะยาว
  • สามารถเป็นช่องทางในการสื่อความรู้สึก เล่าเรื่องที่เราอยากเล่า เป็นการพักผ่อนหย่อนใจ

เริ่มอย่างไรดี
ข้อแนะนำง่ายๆ ใน scope ของ "นิยาย" คือ เราต้องเริ่มจากการเขียนก่อน เราต้องรักในการเขียน มีความสุขกับการเขียนนิยายเสียก่อน การได้รายได้เป็นอันดับต่อไป เพราะหากเราตั้งต้นจากการทำเงิน หรือหวังรายได้ก่อน จะเครียดและกดดันมากเกินไป โดยเฉพาะการเขียนนิยายที่ต้องใช้จินตนาการ

การเขียนนิยายเริ่มยังไง ขอเอาไว้เล่าในครั้งอื่นๆ แล้วกัน คราวนี้ สมมติว่าเราเขียนได้เป็นตอนๆ แล้ว ยังไม่จบ จากนั้น หากที่ upload นิยาย เป็นตอนๆ (นักเขียนบางท่านไม่ใช้วิธีนี้) แต่สำหรับสิรินดา เลือกที่จะอับโหลดนิยายเป็นตอนๆ ไว้ในเว็บ เผยแพร่ให้นักอ่าน อ่านกันก่อน หลังจากนั้นพอจบเล่ม ก็จะเอามา edit หรือ rewrite อีกรอบ เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ก่อนพิมพ์

[ไม่กลัวเรื่องละเมิดลิขสิทธ์หรือ? คำถามนี้ต้องมาแน่นอน แต่โดยส่วนตัวไม่ค่อยกังวล เพราะเล่มที่ขายจะมีการปรับปรุงเนื้อหาให้สมบูรณ์ขึ้น ความหวานละมุนของเนื้อหาเพิ่มขึ้นกว่า 40% เพื่อให้คนซื้อรู้สึกได้กว่า ได้มูลค่าเพิ่มจากการอ่านรอบใหม่ที่เขาต้องจ่ายเงิน บางครั้งการเปิดให้อ่านก่อน เป็นการกระตุ้นคนอ่านให้อยากอ่านเล่มจริงแบบสมบูรณ์พร้อมเสียด้วย]

ปกรูปเล่ม เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่คนที่เป็นนักเขียนต้องเจอะเจอ จะทำอย่างไรกับปก รูปเล่มกันดี เพื่อให้ ebook ของเราสวยงาม

เรื่องปก เดี่ยวนี้มีคนรับทำงานอิสระ (freelance) จำนวนมากที่รับจ้างวาดด้วยราคา ย่อมเยาว์ แต่วิธีการที่ดีที่สุดคือควรหาตัวอย่างปกที่ชอบ ส่งให้ผู้รับงานดู เราก็จะได้ปกแบบที่ชอบ แต่ถ้าไม่มีไอเดีย อาจขอให้ผู้ออกแบบทำให้เลย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น หากเป็นวิธีที่สอง ควรต้องหาผู้รับจ้างที่มี profile ดีพอสมควร

ขายที่ไหน
เราสามารถขายหนังสือ e-books ได้ตาม e-books publishers ทุกเว็บ โดยไม่ผิดกติกา โดยตอนนี้ทุกที่จะให้ราคาเท่าๆ กันคือ 70% ของราคาขาย และจะส่งรายได้มาให้เมื่อเรามีรายได้ถึงยอดระดับหนึ่ง เช่น ครบ 1,000 บาท เป็นต้น โดยตอนนี้เว็บที่ขาย e-books มีหลายที่ เช่น

https://www.mebmarket.com/
http://www.ookbee.com/
https://www.hytexts.com/
http://www.b2s.co.th/
http://www.ebooks.in.th/
https://www.naiin.com/e-books/




แต่ละที่จะมีเงื่อนไขไกล้เคียงกัน และมีระบบหลังบ้านที่ต่างกันเล็กน้อย ดังนั้น ข้อเสนอแนะก็คือลองสักหนึ่งราย (ขอแนะนำ https://www.mebmarket.com/ หรือ https://www.hytexts.com/ ที่มีระบบการสนับสนุนการเป็น epub ที่ทำง่ายมากแค่ copy และก็วางเท่านั้นเอง)

ขั้นแรกคือเราต้องสมัครเป็นนักเขียน หรือคนขายหนังสือในเว็บนั้นๆ ก่อน แล้วก็ส่งข้อมูลรายละเอียดของตัวเอง เลขที่บัญชี เอกสารต่างๆ เข้าไป แล้วจึงจะเปิดขายเล่มแรก ซึ่งทุกเว็บจะมี admin ช่วยสนับสนุนการ upload หนังสือของเรา

บางเว็บมีบริการในการทำหนังสือเป็นเล่มด้วย ในกรณีที่นักเขียนต้องการขายทั้งเล่มจริงและ e-books ซึ่งก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลวเลยทีเดียว

ต่อไปมาดูเรื่องปกหนังสือกัน คลิกที่นี่ [วิธีสร้างปกนิยายด้วยโปรแกรมฟรี PAINT.NET]